ใช้ชีวิตในยุคที่มีการก่อความรุนแรง ความไม่สงบ ก่อการร้าย กลางเมืองกรุงเทพ

ใช้ชีวิตในยุคที่มีการก่อความไม่สงบ (จริงๆก็คือ ก่อการร้าย  แต่รัฐบาลห้ามใช้คำๆนี้)กลางกรุงเทพ  และ ย่านเศรษฐกิจ

ตั้งแต่  ปี 2558 เป็นต้นมา  ประเทศไทยได้เพิ่มศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีกสองกลุ่ม  คือ  กลุ่มที่ไม่พอใจเรื่องไทยผลักดันโรฮิงญาออกไป  และ  ไทยส่งมุสลิมอุยกูให้กับประเทศจีน

( ผู้ก่อความไม่สงบ ขาประจำก็มีอยู่แล้ว คือ  โจรใต้  กลุ่มการเมืองฮาร์ทคอร์  และ กลุ่มสร้างสถานการณ์)

วันที่  17 สิงหาคม 2558  เกิดเหตุ มีผู้วางระเบิด ที่ศาลท้าวพระพรหม  สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพ  มีผู้เสียชีวิตยี่สิบ  บาดเจ็บอีกนับร้อย  เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่อยู่ในกรุงเทพอย่างมาก  และ  น่าเชื่อว่า  มือวางระเบิดยังจะทำต่อไปอีกเพราะ  ยังไม่ถูกจับ  และ  ปัญหานี้มีแรงจูงใจ  ความโกรธแค้นจากชาวมุสลิมทั่วโลก  ไม่ใช่แค่มุสลิมกลุ่มเล็กๆ

การป้องกันการก่อความรุนแรงหรือก่อการร้ายนั้น  รัฐบาลควรทำอย่างไร   หากเราไปดูประเทศเป้าหมายการก่อการร้ายอย่างเช่น อเมริกาแล้ว  ต้องยอมรับว่า  ป้องกันได้ยาก   อเมริกาทุ่มงบประมาณมหาศาล  ก็ยังยับยั้งเหตุลอบวางระเบิดไม่ได้  ถ้าประเทศไทยจะป้องกันการลอบวางระเบิดคงเป็นไปได้ยาก

การก่อการร้ายสมัยใหม่  เป็นการก่อการร้ายแบบ  ทำคนเดียวทั้งหมด  ไม่มีวางแผนร่วมกับใคร  เช่น  ไม่พอใจรัฐบาลไทยเรื่องอุยกู  ก็เข้ามาในไทย  ระเบิด  แล้วหนีออกไปนอกไทยทันที

การก่อความไม่สงบแบบโจรใต้ของไทย  รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณไปมหาศาล และ ใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก   ส่งลงไปก็ยังแก้ไขไม่ได้

ทางออกของปัญหา คือ  รัฐบาล  จะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งนโยบายในประเทศและต่างประเทศ  กล่าวคือ  ผ่อนปรนนโยบายรัฐเดี่ยว  ผ่อนปรนการรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองไว้ที่ส่วนกลาง  เปิดรับระบอบเสรีประชาธิปไตย  การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนผู้ลี้ภัย

ที่สำคัญที่สุด คือ อย่างสร้างศัตรูเพิ่ม  อย่าชักศึกเข้าบ้าน วางตัวเป็นกลาง  ดำเนินการภายใต้หลักการสากล กฎหมายระหว่างประเทศ

ระเบิดราชประสงค์,ระเบิดกลางกรุง,ก่อการร้าย,ก่อความไม่สงบ,ก่อความรุนแรง,สร้างสถานการณ์,เอาตัวรอดในยุคระเบิด,

ระเบิดราชประสงค์,ระเบิดกลางกรุง,ก่อการร้าย,ก่อความไม่สงบ,ก่อความรุนแรง,สร้างสถานการณ์,เอาตัวรอดในยุคระเบิด,